พ่อไม่ยอมใช้ไม้เท้าที่ผมซื้อให้ ไม่ยอมให้ผมช่วยตอนอาบน้ำ และเรื่องที่หนักที่สุดคือไม่ยอมเลิกขับรถ ทั้งที่เฉี่ยวเสาบ้านตัวเองมาแล้วสองครั้ง ผมใช้วิธีเดิมซ้ำ ๆ คือพูดด้วยเหตุผล ยกตัวอย่างข่าวคนแก่ขับรถชน บอกว่าห่วงพ่อ ทุกครั้งจบเหมือนกันคือพ่อเงียบ แล้วก็ทำเหมือนเดิม จนวันหนึ่งน้าผมพูดประโยคหนึ่งที่เปลี่ยนความคิดผมทั้งหมด “เอ็งไม่ได้กำลังขอให้พ่อเลิกขับรถนะ เอ็งกำลังขอให้พ่อยอมรับว่าตัวเองแก่แล้ว”
ทุกครั้งที่เรายื่นมือเข้าไปช่วย ในสายตาท่านคือการยืนยันว่าท่านทำเองไม่ได้แล้ว การปฏิเสธจึงไม่ใช่การปฏิเสธเรา แต่คือการยืนยันกับตัวเองว่ายังไหวอยู่
หลายท่านคิดว่าถ้ายอมให้ลูกช่วยเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวก็ต้องช่วยเรื่องอื่นตามมา แล้วชีวิตลูกจะพัง การพูดว่าไม่ต้อง เดี๋ยวพ่อทำเอง จึงมาจากความรักไม่ต่างจากที่เรายื่นมือไป
เรื่องอาบน้ำ เรื่องเข้าห้องน้ำ เรื่องเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นเรื่องที่คนคนหนึ่งทำเองมาเจ็ดสิบปี การให้ลูกที่ตัวเองเคยอาบน้ำให้มาทำสิ่งนี้กลับ เป็นความอึดอัดที่เราประเมินต่ำเกินไปเสมอ
ท่านที่ไม่ยอมอาบน้ำ อาจเป็นเพราะกลัวลื่นล้มในห้องน้ำ กลัวหนาว หรือปวดข้อจนก้าวข้ามขอบอ่างไม่ไหว ท่านที่ไม่ยอมออกจากบ้าน อาจเป็นเพราะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่แล้วไม่กล้าบอกใคร ก่อนจะสรุปว่าดื้อ ลองหาสาเหตุทางกายก่อนเสมอ
เปลี่ยนจากการชี้ว่าท่านบกพร่อง เป็นการขอความร่วมมือ เช่น แทนที่จะพูดว่าพ่ออาบน้ำเองไม่ได้แล้ว ลองพูดว่าผมนั่งอยู่หน้าห้องน้ำเป็นเพื่อนนะ เผื่อพื้นลื่น ผลลัพธ์ต่างกันมาก
คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรเลย จะยึดสิ่งที่ยังเลือกได้ไว้แน่นที่สุด ลองให้ตัวเลือกแทนคำสั่ง เช่น จะอาบเช้าหรือเย็นดี จะให้พี่หรือหนูช่วย ทางเลือกเล็ก ๆ ทำให้ท่านรู้สึกว่ายังเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง
อย่าเปิดเรื่องใหญ่ตอนที่ท่านเหนื่อย หิว หรือมีคนอยู่เต็มบ้าน และอย่าคุยเรื่องนี้ต่อหน้าหลาน ๆ ศักดิ์ศรีของท่านต่อหน้าคนอื่นสำคัญกว่าที่เราคิด
หลายบ้านพบว่าท่านไม่ฟังลูก แต่ฟังหมอ ฟังพระ ฟังเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือฟังหลานคนโปรด ถ้าเป็นเรื่องสำคัญอย่างการเลิกขับรถ ให้แพทย์เป็นคนบอกมักได้ผลกว่าลูกพูดเองสิบครั้ง
ถ้าท่านอยากใส่เสื้อตัวเดิมสองวัน หรืออยากกินข้าวหน้าโทรทัศน์ ปล่อยได้ก็ปล่อย เก็บพลังไว้ต่อรองเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยจริง ๆ เช่น การกินยา การล้ม และการขับรถ
ลองแบ่งให้ชัดในใจก่อนคุย เรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของท่านและของคนอื่น เช่น การขับรถเมื่อสายตาหรือการตัดสินใจถดถอย การกินยาสำคัญ และการอยู่บ้านคนเดียวทั้งที่ล้มบ่อย เป็นเรื่องที่ต้องหาทางออกให้ได้ ส่วนเรื่องรสนิยม ความเป็นระเบียบ หรือกิจวัตรที่ไม่เป็นอันตราย ปล่อยไปเถอะ
การรบทุกสมรภูมิพร้อมกันคือสาเหตุที่ทำให้ทั้งบ้านเหนื่อยและไม่ได้อะไรเลยสักเรื่อง
มีจุดหนึ่งที่การเคารพความต้องการของท่าน เริ่มขัดกับความปลอดภัยของท่านอย่างชัดเจน เช่น ไม่ยอมกินยาความดันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ล้มซ้ำแต่ยังยืนยันว่าจะอยู่คนเดียว หรือเปิดแก๊สทิ้งไว้แล้วลืม
ในจุดนั้น สิ่งที่ช่วยได้มักไม่ใช่การเถียงให้ชนะ แต่คือการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ให้ท่านอยู่ในที่ที่ต่อให้ปฏิเสธความช่วยเหลือ ก็ยังมีคนอยู่ใกล้พอจะเห็นและช่วยได้ทัน
น่าสนใจว่าผู้สูงอายุจำนวนมากที่ต่อต้านลูกหลานอย่างหนัก กลับให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ใน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ได้ดีกว่า เพราะไม่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์แบบพ่อลูกมาเกี่ยวข้อง ท่านไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังยอมแพ้ให้ลูกตัวเอง
ที่ บ้านลลิสา เราเจอผู้สูงอายุที่มาถึงวันแรกด้วยความไม่พอใจอยู่บ่อย ๆ และเราถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องใช้เวลา
ถ้าทุกวันนี้บทสนทนากับพ่อแม่จบด้วยการทะเลาะทุกครั้ง ลองให้คนกลางที่มีประสบการณ์ช่วยดู
ปรึกษาทีมบ้านลลิสา [088-252-4336] | LINE [@baanlalisa] | นัดเข้าชมสถานที่จริงได้ทุกวัน
©2019 – 2024 BAAN LALISA SERVICE GROUP CO., LTD. All Rights Reserved.