มีคำหนึ่งที่คนดูแลพ่อแม่พูดกันเบา ๆ เสมอ คือคำว่า “ผมไม่ไหวแล้ว” ตามด้วยการรีบตัดด้วยประโยคที่ว่า “แต่ไม่ได้แปลว่าไม่รักท่านนะ” เราได้ยินประโยคนี้จากลูกสาวคนโตที่ลาออกจากงานมาดูแลแม่ ได้ยินจากลูกชายที่นอนห้องเดียวกับพ่อมาปีกว่าเพื่อคอยพลิกตัวให้ ได้ยินจากสะใภ้ที่กลายเป็นเสาหลักคนดูแลคนในบ้านโดยไม่มีใครถามว่าเธอโอเคไหม ทุกคนพูดเหมือนกันหมด และทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้
การดูแลผู้สูงอายุที่บ้านไม่เหมือนงานอื่นตรงที่มันไม่มีเวลาเลิก ไม่มีวันหยุด และไม่มีใครมาประเมินผลงานให้ว่าคุณทำได้ดี
ป้อนข้าวเสร็จก็ถึงเวลายา พาเข้าห้องน้ำเสร็จก็ต้องเช็ดตัว กลางคืนได้ยินเสียงขยับก็ต้องลุก คนดูแลจำนวนมากไม่ได้นอนยาวติดต่อกันเกินสามชั่วโมงมาเป็นปี ๆ ร่างกายคนเราไม่ได้ออกแบบมาให้อยู่ในโหมดเฝ้าระวังตลอดเวลาแบบนั้น
จากลูกกลายเป็นคนอาบน้ำให้พ่อ จากคนที่เคยถูกดุกลายเป็นคนที่ต้องดุท่านเรื่องกินยา หลายคนบอกว่าส่วนที่เจ็บที่สุดไม่ใช่ความเหนื่อยทางกาย แต่คือการค่อย ๆ สูญเสียพ่อแม่ในแบบที่เราเคยรู้จัก ทั้งที่ท่านยังอยู่ตรงหน้า
ในครอบครัวไทย มักมีคนหนึ่งที่ “อยู่ใกล้ที่สุด” หรือ “โสด” หรือ “ไม่มีลูก” แล้วภาระก็เลื่อนไปหาคนนั้นโดยอัตโนมัติ พี่น้องคนอื่นส่งเงินมาช่วยแล้วรู้สึกว่าทำหน้าที่แล้ว ในขณะที่คนที่อยู่บ้านกำลังจ่ายด้วยเวลา สุขภาพ และอาชีพของตัวเอง
ลองอ่านข้อพวกนี้ช้า ๆ แล้วถามตัวเองตรง ๆ
หงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึก ตะคอกใส่ท่านแล้วมานั่งร้องไห้ในห้องน้ำ รู้สึกชาไปหมดจนไม่รู้สึกอะไรเลย หรือแอบคิดว่า “ถ้าจบเร็ว ๆ ก็ดี” แล้วเกลียดตัวเองที่คิดแบบนั้น ความคิดนี้เกิดกับผู้ดูแลจำนวนมากกว่าที่ใครกล้ายอมรับ
ปวดหลังเรื้อรัง นอนไม่หลับทั้งที่ง่วง น้ำหนักขึ้นหรือลงเร็วผิดปกติ เจ็บป่วยบ่อยกว่าเดิม เลื่อนนัดหมอของตัวเองมาแล้วสามครั้งเพราะไม่มีคนอยู่กับท่าน
ไม่ได้เจอเพื่อนมาเป็นปี ปฏิเสธงานแต่งงาน งานบวช งานเลี้ยงรุ่น จนไม่มีใครชวนอีกแล้ว โลกทั้งใบเหลือแค่ห้องนอนของท่านกับห้องครัว
ถ้าคุณพยักหน้าตามเกินสามข้อ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ด้วยการ “อดทนอีกหน่อย”
นัดพี่น้องคุยกันแบบมีวาระ ไม่ใช่บ่นในไลน์กลุ่ม เขียนออกมาเลยว่ามีงานอะไรบ้างในหนึ่งสัปดาห์ ตั้งแต่พาไปหาหมอ ซื้อของ จ่ายบิล อาบน้ำ เฝ้ากลางคืน แล้วให้แต่ละคนรับไปเป็นชิ้น ๆ คนที่อยู่ไกลอาจรับผิดชอบเรื่องเงินและการนัดหมอออนไลน์ได้ สิ่งที่ทำลายครอบครัวไม่ใช่ความเหนื่อย แต่คือความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม
ถ้ามีคนถามว่า “ให้ช่วยอะไรไหม” อย่าตอบว่าไม่เป็นไร ตอบไปเลยว่าช่วยมานั่งเป็นเพื่อนแม่บ่ายวันเสาร์สามชั่วโมงได้ไหม สามชั่วโมงนั้นอาจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่คุณได้ตัดผมหรือได้นอนกลางวัน
จองนัดตรวจสุขภาพของตัวเองไว้ล่วงหน้าเหมือนที่จองนัดของท่าน กินข้าวให้ตรงเวลา ขยับร่างกายวันละนิด และถ้าความรู้สึกท่วมท้นจนกระทบการใช้ชีวิต การไปคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย มันคือการซ่อมเครื่องมือที่ทั้งบ้านกำลังพึ่งพาอยู่
หลาย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ มีบริการรับดูแลแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ สำหรับครอบครัวที่ต้องเดินทาง ต้องผ่าตัด หรือต้องการพักจริง ๆ สักช่วง การให้ท่านไปอยู่ในที่ที่มีคนดูแลตลอดเวลาสองสัปดาห์ แล้วคุณได้นอนเต็มอิ่ม ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นลูกที่แย่ มันแปลว่าคุณอยากดูแลท่านต่อไปได้อีกนาน
ไม่มีสูตรตายตัว แต่ครอบครัวส่วนใหญ่จะรู้เอง เมื่อ
บ้านลลิสา เข้าใจดีว่าคนที่ตัดสินใจไม่ใช่ผู้สูงอายุ แต่คือลูกหลานที่เหนื่อยจนไม่มีแรงจะหาข้อมูล เราจึงพยายามทำให้ทุกอย่างง่ายที่สุด
คุณดูแลท่านมานานพอแล้ว ลองให้เราช่วยดูแลบ้าง
นัดหมายเข้าชมศูนย์หรือปรึกษาทีมบ้านลลิสาได้ที่ 088-252-4336 หรือทัก LINE @baanlalisa — ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
©2019 – 2024 BAAN LALISA SERVICE GROUP CO., LTD. All Rights Reserved.