แม่เริ่มลืม — แค่แก่ตามวัย หรือสัญญาณที่เรากำลังมองข้าม

ผมรู้ตัวว่าแม่เปลี่ยนไป ตอนที่แกทำแกงส้มหม้อเดิมสองครั้งในวันเดียว

ตอนนั้นผมยังหัวเราะ บอกแกว่า “แม่จะเลี้ยงใครเนี่ย” แกก็หัวเราะด้วย แล้วบอกว่าลืมจริง ๆ เรื่องมันจบตรงนั้น จนอีกสองเดือนถัดมา แม่โทรมาถามว่าวันนี้วันอะไร แล้วโทรมาถามอีกรอบตอนบ่าย ด้วยน้ำเสียงเหมือนเพิ่งถามครั้งแรก

คนส่วนใหญ่ที่ผมคุยด้วยเล่าเหมือนกันหมด คือ “รู้สึกมานานแล้ว แต่ไม่กล้าคิด” เพราะการยอมรับว่าพ่อแม่กำลังเปลี่ยนไป มันเจ็บกว่าการบอกตัวเองว่าท่านแค่แก่

ความจำที่ช้าลงตามวัยเป็นเรื่องธรรมชาติ สมองอายุ 75 ไม่ได้ทำงานเหมือนสมองอายุ 40 นั่นไม่ใช่โรค แต่มีเส้นแบ่งอยู่เส้นหนึ่งที่หมอมักใช้อธิบายให้ญาติฟัง และผมว่ามันเข้าใจง่ายมาก

ลืม "ชื่อ" กับ ลืม "วิธี"

ลืมชื่อหลานชั่วขณะแล้วนึกออกทีหลัง เป็นเรื่องที่เกิดกับคนทุกวัย แต่ถ้าท่านจำไม่ได้ว่าเปิดแก๊สยังไง ทั้งที่ทำกับข้าวมาสี่สิบปี หรือกดรีโมทแอร์ไม่เป็นทั้งที่ใช้ทุกวัน อันนี้คนละเรื่องกัน การลืม “ขั้นตอน” ของสิ่งที่เคยทำจนเป็นอัตโนมัติ คือสิ่งที่ควรจดไว้

ลืมแล้วนึกออก กับ ลืมแล้วหายไปเลย

ผู้สูงอายุที่ความจำปกติ มักจะนึกออกเมื่อมีคนใบ้ เช่น “แม่จำได้ไหม เมื่อวานเราไปตลาดกัน” แล้วท่านจะร้องอ๋อ แต่ถ้าใบ้แล้วยังว่างเปล่า เหมือนเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิด นั่นคือความจำระยะสั้นที่ไม่ได้ถูกบันทึกตั้งแต่แรก

เรื่องเมื่อวานหาย แต่เรื่องสี่สิบปีก่อนยังชัด

ข้อนี้ทำให้ลูกหลานหลายคนสับสน เพราะพ่อยังเล่าเรื่องสมัยเป็นทหารได้ละเอียดยิบ ทั้งชื่อคน ทั้งปี พ.ศ. แล้วเราก็สรุปว่า “ความจำพ่อยังดีอยู่เลย” ทั้งที่จริงความจำเก่าเป็นส่วนที่ถูกกระทบทีหลังสุด การที่ท่านเล่าอดีตได้ดี ไม่ได้แปลว่าปัจจุบันไม่มีปัญหา

Logo ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา eng version

“ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก โทรหาเราตอนนี้”

สัญญาณที่มักถูกมองข้าม เพราะมันไม่ได้มาในรูปของ "ความจำ"

สิ่งที่ผมเสียดายที่สุด คือผมมัวแต่จ้องเรื่องความจำอย่างเดียว จนไม่ทันสังเกตอย่างอื่น

ของหายบ่อยขึ้น และไปโผล่ในที่แปลก ๆ

รีโมทอยู่ในตู้เย็น กระเป๋าสตางค์อยู่ในตู้กับข้าว ตอนแรกดูตลก แต่ถ้าเกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ควรจดวันที่ไว้ และที่ต้องระวังมากคือ เมื่อหาของไม่เจอแล้วท่านเริ่มคิดว่ามีคนขโมย โดยเฉพาะคนใกล้ตัวอย่างลูกหลานหรือคนช่วยงานบ้าน

เลิกทำสิ่งที่เคยทำได้ดี

ป้าที่เคยเป็นแม่ครัวประจำงานบุญ จู่ ๆ บอกว่าขี้เกียจทำแล้ว พ่อที่ชอบซ่อมของ เลิกจับไขควง แม่ที่คุมบัญชีร้านมาทั้งชีวิต บอกให้ลูกจัดการเอง หลายครั้งมันไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นการถอยหนีจากสิ่งที่เริ่มทำไม่ได้ เพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าตัวเองทำไม่ได้แล้ว

อารมณ์เปลี่ยน หงุดหงิดง่าย เก็บตัว

ท่านอาจฉุนเฉียวกับเรื่องเล็กน้อย ไม่อยากไปงานที่มีคนเยอะ หรือไม่อยากคุยโทรศัพท์ ลองคิดจากมุมของท่านดู ถ้าเราอยู่ในห้องประชุมที่ตามคนอื่นไม่ทันตลอดเวลา เราก็อยากออกจากห้องนั้นเหมือนกัน

ตัดสินใจเรื่องเงินแปลกไป

บริจาคเงินก้อนโตให้คนที่โทรมาชวน ซื้อของทางโทรทัศน์ซ้ำ ๆ ลืมจ่ายบิลทั้งที่มีเงินในบัญชี ข้อนี้สำคัญเพราะมันเป็นเรื่องที่ครอบครัวมักรู้ตอนสายเกินไป

เจอสัญญาณแล้วทำอะไรต่อ

จดก่อน อย่าเพิ่งสรุป

หาสมุดสักเล่ม จดว่าเกิดอะไร วันไหน เวลาไหน เกิดถี่แค่ไหน ฟังดูเป็นงานเพิ่ม แต่เชื่อผมเถอะ วันที่ไปพบแพทย์ สมุดเล่มนี้มีค่ามากกว่าคำว่า “หมอคะ แม่หนูขี้ลืมค่ะ” หลายเท่า เพราะหมอจะเห็นรูปแบบและระยะเวลาที่ชัดเจน

พาไปตรวจ อย่ารอให้ "แย่กว่านี้ก่อน"

ภาวะความจำถดถอยมีสาเหตุได้หลายอย่าง บางอย่างแก้ไขได้ เช่น ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ภาวะขาดวิตามินบางตัว ปัญหาไทรอยด์ ภาวะซึมเศร้า หรือแม้แต่การนอนไม่พอเรื้อรัง การไปพบแพทย์เร็วจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “รู้ว่าเป็นอะไร” แต่คือการไม่ปล่อยให้สิ่งที่แก้ได้กลายเป็นสิ่งที่แก้ไม่ทัน ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งมีคลินิกความจำโดยเฉพาะ ลองโทรถามนัดล่วงหน้าได้

อย่าเพิ่งประกาศกลางวงญาติ

การพูดต่อหน้าท่านว่า “แม่เริ่มเป็นอัลไซเมอร์แล้วมั้ง” ในวงข้าวเย็น ทำร้ายความรู้สึกมากกว่าที่เราคิด ท่านรับรู้ทุกอย่าง คุยกันเงียบ ๆ ระหว่างพี่น้องก่อน แล้วค่อยหาวิธีชวนท่านไปตรวจแบบที่ท่านไม่รู้สึกว่าถูกจับผิด เช่น ไปตรวจสุขภาพประจำปีพร้อมกันทั้งบ้าน

ปรับวิธีอยู่ร่วมกัน ตั้งแต่ยังไม่สายเกินไป

อย่าเถียงกับความทรงจำของท่าน

ถ้าแม่ยืนยันว่าเพิ่งกินข้าวไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้กิน การพิสูจน์ว่าท่านผิดไม่ได้ทำให้ท่านจำได้ขึ้นมา มันแค่ทำให้ท่านรู้สึกแย่ ลองเปลี่ยนเป็นชวนคุยเรื่องอื่นแล้วค่อยวนกลับมา หลายครอบครัวพบว่าวิธีนี้ทำให้บ้านสงบขึ้นเยอะ

ทำให้ทุกวันหน้าตาเหมือนกัน

กินข้าวเวลาเดิม อาบน้ำเวลาเดิม ของวางที่เดิม ติดป้ายบอกห้อง ใช้ปฏิทินตัวใหญ่ ๆ แขวนไว้ที่เดียว ความคุ้นเคยคือสิ่งที่ช่วยพยุงคนที่ความจำเริ่มไม่มั่นคง

จัดการเรื่องเอกสารตั้งแต่ท่านยังตัดสินใจเองได้

เรื่องบัญชีธนาคาร โฉนด ประกัน และความต้องการของท่านเรื่องการรักษาในอนาคต ควรคุยกันตอนที่ท่านยังสื่อสารได้ชัด มันเป็นบทสนทนาที่อึดอัด แต่อึดอัดวันนี้ดีกว่าทะเลาะกันทั้งตระกูลในวันข้างหน้า

แล้วถ้าถึงวันที่ดูแลเองไม่ไหวจริง ๆ

ระยะแรกเราอาจดูแลกันเองที่บ้านได้สบาย แต่โรคกลุ่มนี้เดินหน้าของมันไปเรื่อย ๆ วันที่ท่านเริ่มออกจากบ้านแล้วหาทางกลับไม่ถูก วันที่ท่านตื่นตอนตีสามแล้วไม่ยอมนอน วันที่ลูกต้องลางานจนหัวหน้าเริ่มถาม นั่นคือจุดที่หลายครอบครัวเริ่มมองหา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อย่างจริงจัง

การส่งท่านไปอยู่ในความดูแลของทีมงานมืออาชีพ ไม่ใช่การผลักภาระ มันคือการยอมรับว่าความรักอย่างเดียวไม่พอ ผู้สูงอายุที่มีภาวะความจำถดถอยต้องการคนที่รู้วิธีรับมือเมื่อท่านสับสน ต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับคนที่อาจเดินออกจากบ้านกลางดึก และต้องการกิจกรรมที่ช่วยให้ท่านยังได้ใช้สมองและร่างกายทุกวัน

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา รามอินทรา

ที่ บ้านลลิสา เราดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะความจำถดถอยมาแล้วหลายท่าน และสิ่งที่เราเจอเหมือนกันแทบทุกครอบครัวคือ ลูกหลานมาพร้อมความรู้สึกผิด เราจึงออกแบบการดูแลให้ครอบคลุมทั้งสองฝั่ง

  • ทีมผู้ดูแลที่ผ่านการอบรม ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมพยาบาลวิชาชีพประเมินอาการอย่างสม่ำเสมอ
  • โปรแกรมการดูแลที่ปรับตามระดับการช่วยเหลือของแต่ละท่าน ไม่ใช่แพ็กเกจเดียวใช้กับทุกคน
  • กิจกรรมกระตุ้นความจำและการเคลื่อนไหวในแต่ละวัน เพื่อให้ท่านยังรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรได้
  • สภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
  • รายงานความเป็นอยู่ถึงครอบครัว เพื่อให้คุณยังรู้สึกว่าอยู่ใกล้ท่านเสมอ

ถ้าวันนี้คุณกำลังนั่งอ่านบทความนี้ตอนดึก แล้วนึกถึงหน้าพ่อหรือแม่ ลองให้เวลาตัวเองสักครึ่งวัน เข้ามาดูสถานที่จริงและคุยกับทีมของเราก่อนตัดสินใจ

นัดหมายเข้าชมศูนย์หรือปรึกษาทีมบ้านลลิสาได้ที่ 088-252-4336 หรือทัก LINE @baanlalisa — ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Logo ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา eng version

“ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก โทรหาเราตอนนี้”

พาร์ทเนอร์ของเรา

Scripts in footer