ทำไมผู้สูงอายุ ชอบเล่าเรื่องเก่าๆและดีต่อสุขภาพสมองอย่างไร? พร้อมเทคนิคการรับฟัง

ทำไมผู้สูงอายุ ชอบเล่าเรื่องเก่าๆและดีต่อสุขภาพสมองอย่างไร? พร้อมเทคนิคการรับฟัง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมผู้สูงอายุ ชอบเล่าเรื่องเก่าๆ ในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า? บางครั้งอาจเป็นเรื่องราวที่คุณเคยได้ยินมาหลายสิบครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความสำเร็จในวัยหนุ่มสาว ความรักครั้งแรก หรือแม้แต่เรื่องราวการต่อสู้ในชีวิต หลายครอบครัวอาจรู้สึกเบื่อหน่ายหรือมองข้ามไป แต่แท้จริงแล้ว การเล่าเรื่องเก่าๆ ไม่ใช่แค่การรำลึกถึงอดีตที่ผ่านไป แต่เป็นกระบวนการทางจิตวิทยาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ

บทความนี้จากประสบการณ์ของ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงเบื้องหลังของพฤติกรรมนี้ ซึ่งเป็นที่มาของการบำบัดที่เรียกว่า “Reminiscence Therapy” พร้อมแนะนำวิธีที่ลูกหลานและผู้ดูแลจะใช้ประโยชน์จากเรื่องราวเหล่านั้นในการเชื่อมต่อและ กระตุ้นสมอง ของคนที่คุณรัก

4 เหตุผลทางจิตวิทยาและชีววิทยาที่ ผู้สูงอายุ ชอบเล่าเรื่องเก่าๆ

การที่ผู้สูงอายุหันมาสนใจเรื่องราวในอดีตมากขึ้นนั้น สามารถอธิบายได้ด้วยหลายปัจจัย ทั้งจากความเปลี่ยนแปลงของสมองตามวัย และกระบวนการทางจิตวิทยาเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต

1. ความทรงจำระยะสั้นเสื่อมถอย แต่ความทรงจำระยะยาวยังคงอยู่ (Short-term vs. Long-term Memory)

นี่คือเหตุผลสำคัญทางชีววิทยาที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มี ภาวะสมองเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์

  • ความจำระยะสั้น (Short-term Memory): ความทรงจำที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เช่น เพิ่งกินข้าวอะไรไปเมื่อเช้า เพิ่งวางกุญแจไว้ที่ไหน มักเป็นส่วนแรกๆ ที่เสื่อมถอยลงตามวัย
  • ความจำระยะยาว (Long-term Memory): ความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ในอดีตที่ฝังแน่นมานาน เช่น สมัยเรียน ทำงาน หรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิต มักจะยังคงอยู่และถูกดึงออกมาใช้ได้ง่ายกว่า

ดังนั้น เมื่อผู้สูงอายุพยายามสื่อสารหรือนึกถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ความจำระยะสั้นมีปัญหา พวกเขามักจะหันไปใช้ความจำระยะยาวที่ยังใช้งานได้ดีแทน ทำให้ เรื่องเก่าๆ กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือที่สุดของพวกเขา

2. การค้นหาความสมบูรณ์ของชีวิต (Ego Integrity vs. Despair)

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของนักจิตวิทยาชื่อดัง Erik Erikson ผู้สูงอายุอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิตที่ต้องเผชิญกับวิกฤตที่เรียกว่า “ความสมบูรณ์ของตนเองปะทะความสิ้นหวัง”

  • ทบทวนชีวิต: การเล่าเรื่องราวในอดีตคือกระบวนการทบทวนและประเมินชีวิตที่ผ่านมา หากผู้สูงอายุพึงพอใจและยอมรับการตัดสินใจของตนเองในอดีตได้ พวกเขาจะรู้สึกถึง ความสมบูรณ์ (Ego Integrity) ในชีวิต
  • ความรู้สึกมีคุณค่า: การได้ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความผิดพลาด เป็นการยืนยันว่าชีวิตของพวกเขามีความหมาย และได้ส่งต่อคุณค่าและภูมิปัญญาเหล่านั้นไปยังลูกหลานหรือคนรุ่นหลัง

3. การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ (Emotional Anchor)

สำหรับผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขารู้สึกไม่มั่นคงหรือหวาดกลัวอนาคตที่ไม่แน่นอน

  • ย้อนสู่ช่วงเวลาที่ดี: การพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่เต็มไปด้วยความสุข ความรัก หรือช่วงเวลาที่พวกเขายังมีพละกำลังและความสามารถ เป็นเหมือนการย้อนกลับไปสัมผัสกับความรู้สึกมั่นคงและอบอุ่นอีกครั้ง
  • ลดความกระวนกระวาย: ในผู้ป่วยสมองเสื่อม การกระตุ้นให้เล่าเรื่องที่คุ้นเคยจะช่วยลดอาการกระวนกระวายหรือความสับสน (Agitation) ได้อย่างมาก เพราะพวกเขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในขอบเขตความทรงจำที่พวกเขาสามารถควบคุมได้

4. ความต้องการการเชื่อมต่อทางสังคม (Social Connection)

เมื่ออายุมากขึ้น วงสังคมของผู้สูงอายุอาจแคบลง การเล่าเรื่องราวส่วนตัวจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการสร้างบทสนทนาและเชื่อมโยงกับคนรอบข้าง

  • ดึงดูดความสนใจ: การเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจในอดีตทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองยังเป็นศูนย์กลางของความสนใจและได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัว
  • สร้างความผูกพัน: การแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตทำให้ลูกหลานได้เข้าใจภูมิหลังและตัวตนของผู้สูงอายุได้ดียิ่งขึ้น เป็นการเสริมสร้างความผูกพันทางอารมณ์ในครอบครัว
Logo ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา eng version

“ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก โทรหาเราตอนนี้”

Reminiscence Therapy (การบำบัดด้วยการรำลึกความหลัง): เครื่องมือ กระตุ้นสมอง ที่ทรงพลัง

จากความเข้าใจว่าการเล่าเรื่องเก่าๆ มีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลจึงได้พัฒนากิจกรรมบำบัดที่เรียกว่า “Reminiscence Therapy” ขึ้นมาใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม

Reminiscence Therapy (RT) คือ การใช้รูปภาพ วัตถุ เพลง หรือสื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้สูงอายุดึงความทรงจำในอดีตออกมาเล่าและแบ่งปัน ซึ่งมีผลดีต่อสมองและอารมณ์ดังนี้:

  • ชะลอความเสื่อมของสมอง: การดึงความจำระยะยาวออกมาใช้บ่อยๆ เป็นการ กระตุ้นสมอง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง
  • พัฒนาทักษะการสื่อสาร: เมื่อผู้สูงอายุได้เล่าเรื่องราว พวกเขาจะได้ฝึกการใช้ภาษา การจัดลำดับความคิด และการสื่อสารอย่างมีจุดมุ่งหมาย
  • เพิ่มความมีคุณค่าในตนเอง: การที่เรื่องราวของพวกเขาถูกรับฟังด้วยความสนใจ เป็นการเพิ่มความภาคภูมิใจในตนเองและลดอาการซึมเศร้า
  • ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางสังคม: เป็นกิจกรรมกลุ่มที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับผู้อื่น ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

4 เคล็ดลับรับมือและส่งเสริมเมื่อ ผู้สูงอายุ ชอบเล่าเรื่องเก่าๆ

เมื่อคุณเข้าใจถึงความสำคัญของการเล่าเรื่องแล้ว การตอบสนองอย่างเหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างความผูกพันและสุขภาพจิตที่ดีของผู้สูงอายุได้

1. จงเป็นผู้ฟังที่มีคุณภาพ (Be a Quality Listener)

หัวใจสำคัญคือการให้ความสนใจอย่างแท้จริง วางโทรศัพท์มือถือลง สบตา และให้เวลากับพวกเขา ถามคำถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นให้เล่าต่อ เช่น “ตอนนั้นคุณปู่รู้สึกอย่างไรคะ?” หรือ “มีอะไรที่น่าประทับใจอีกบ้างไหมคะ?”

2. ยอมรับและไม่แก้ไขความจริง (Acceptance, Not Correction)

หากผู้สูงอายุเล่าเรื่องราวที่มีรายละเอียดคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง หรือเล่าเรื่องซ้ำๆ ห้ามแก้ไข หรือ ขัดจังหวะ ให้คุณยอมรับสิ่งที่พวกเขาเล่า เพราะความจริงในเรื่องราวเหล่านั้นอาจมีความหมายทางอารมณ์มากกว่าข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

3. ใช้สื่อกระตุ้นความทรงจำ (Use Memory Triggers)

นำอุปกรณ์มาช่วยในการบำบัด เช่น อัลบั้มรูปถ่ายเก่า เพลงที่ผู้สูงอายุชอบฟังสมัยยังหนุ่มสาว หรือวัตถุเก่าๆ ที่มีความหมาย เช่น เครื่องมือทำงาน จานชาม หรือเสื้อผ้าสมัยก่อน สื่อเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการดึงความทรงจำออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. จัดตารางการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ (Schedule Consistent Interaction)

หากิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน เช่น การนั่งจิบชาพูดคุยกันหลังอาหารเย็น หรือช่วงเวลาพักผ่อนตอนบ่าย ความสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความมั่นคงทางอารมณ์และเป็นโอกาสให้สมองได้ทำงานอย่างเป็นระบบ

สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมที่ต้องได้รับการดูแลและ กระตุ้นสมอง อย่างเข้มข้น การดูแลที่บ้านอาจไม่เพียงพอ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา ได้ออกแบบโปรแกรมการดูแลที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูจิตใจและสมองโดยเฉพาะ เราใช้ Reminiscence Therapy เป็นหนึ่งในกิจกรรมบำบัดหลัก ภายใต้การดูแลของทีมพยาบาลและนักกิจกรรมบำบัดที่เข้าใจธรรมชาติของโรค

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา คือทางเลือกที่คุณวางใจได้ในการดูแลคนที่คุณรัก ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการเล่าเรื่องเก่าๆ นั้นคือความต้องการพื้นฐานที่จะยืนยันถึงคุณค่าของชีวิต ผู้สูงอายุที่ บ้านลลิสา จึงได้รับการดูแลในสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยโอกาสในการสื่อสารและแบ่งปันเรื่องราวชีวิตอย่างมีเกียรติ เรามีทีมพยาบาลวิชาชีพและผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยตรง พร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เราจัดกิจกรรม กระตุ้นสมอง ที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงกับผู้สูงอายุแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ศิลปะ ดนตรี หรือการบำบัดด้วยความทรงจำ นอกจากนี้ จุดเด่นสำคัญของเราคือการใช้เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ เช่น TMS (Transcranial Magnetic Stimulation) เพื่อ กระตุ้นสมอง และชะลอการเสื่อมของความจำควบคู่ไปกับการดูแลด้านจิตใจ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้สูงอายุที่พักกับเราจะได้รับการดูแลอย่างสมบูรณ์แบบทั้งร่างกาย จิตใจ และสมอง ทำให้ญาติและลูกหลานคลายความกังวล และสามารถกลับไปพักผ่อนหรือทำภารกิจส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่าคนที่รักอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญที่ใส่ใจดุจคนในครอบครัว

Logo ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา eng version

“ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก โทรหาเราตอนนี้”

พาร์ทเนอร์ของเรา

Scripts in footer