ในวัยย่างเข้าสู่เลข 7 หรือเลข 8 ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุมักไม่ได้มาเพียงโรคเดียว แต่ส่วนใหญ่มักเผชิญกับสิ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า “ภาวะหลายโรคประจำตัว” (Multimorbidity) เช่น การมีทั้งโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และอาจพ่วงด้วยโรคไตเรื้อรังในเวลาเดียวกัน การดูแลผู้สูงอายุในกลุ่มนี้จึงเปรียบเสมือนการประคับประคองสมดุลที่เปราะบางอย่างยิ่ง เพราะการรักษาโรคหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออีกโรคหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ลูกหลานหลายครอบครัวพยายามดูแลท่านที่บ้านด้วยความตั้งใจจริง แต่บ่อยครั้งที่ความซับซ้อนของอาการและการจัดการยาที่มากมายมหาศาล กลับกลายเป็นภาระที่หนักเกินกว่าคนทั่วไปจะรับมือได้อย่างปลอดภัย บทความนี้จะชี้ให้เห็นถึงความอันตรายที่ซ่อนอยู่ในการจัดการโรคเรื้อรังหลายชนิดด้วยตัวเอง และเหตุผลที่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คือทางออกที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง
เมื่อร่างกายต้องรับศึกหลายด้าน การดูแลจึงไม่ใช่แค่การให้ทานยาตามเข็มนาฬิกา แต่คือการบริหารจัดการปัจจัยทางสุขภาพที่ขัดแย้งกันเองในหลายมิติ
ผู้สูงอายุที่มีหลายโรคอาจต้องทานยาวันละ 10-15 เม็ด ซึ่งสั่งโดยแพทย์เฉพาะทางคนละด้าน ปัญหาที่พบบ่อยคือ “ยาตีกัน” หรืออันตรกิริยาระหว่างยา (Drug Interaction) ยาบางชนิดที่ช่วยเรื่องหัวใจอาจส่งผลเสียต่อไต หรือยาเบาหวานอาจทำปฏิกิริยากับความดันจนทำให้เกิดอาการหน้ามืดวูบได้ง่าย การจัดการยาที่บ้านโดยไม่มีพยาบาลวิชาชีพหรือเภสัชกรคอยตรวจสอบความถูกต้องสม่ำเสมอ จึงเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ภาวะช็อกหรืออวัยวะล้มเหลวโดยไม่คาดคิด
นี่คือปัญหาปราบเซียนสำหรับการดูแลที่บ้าน เช่น ผู้สูงอายุที่เป็นโรคหัวใจต้องการโปรตีนเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ แต่หากท่านเป็นโรคไตเรื้อรังด้วย การทานโปรตีนมากเกินไปจะทำให้ค่าไตพุ่งสูงขึ้น หรือกรณีที่เป็นเบาหวานต้องคุมน้ำตาล แต่หากมีภาวะขาดสารอาหารร่วมด้วย การจะเพิ่มน้ำหนักโดยไม่ให้น้ำตาลเกินจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก การเตรียมอาหารที่บ้านให้ตอบโจทย์ทุกโรคพร้อมกันจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากและมักเกิดความผิดพลาดได้ง่าย
เมื่อผู้สูงอายุมีอาการเหนื่อยหอบ ลูกหลานอาจแยกไม่ออกว่านี่คืออาการปอดติดเชื้อ หัวใจล้มเหลว หรือค่าน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป การประเมินอาการที่ผิดพลาดนำไปสู่การรักษาที่ล่าช้า หรือการให้ยาผิดประเภท ซึ่งในผู้สูงอายุที่มีหลายโรคประจำตัว เวลาเพียงไม่กี่นาทีมีความหมายต่อชีวิตอย่างยิ่ง
หลายครั้งที่ลูกหลานพยายามดูแลอย่างดีที่สุด แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความรู้และอุปกรณ์ ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าเศร้าโดยไม่ตั้งใจ
ในผู้ป่วยโรคไตและโรคหัวใจ การควบคุมน้ำดื่มเป็นเรื่องวิกฤต การให้ผู้สูงอายุได้รับน้ำมากเกินไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอดได้ทันที ในทางกลับกันหากได้รับน้อยไปก็อาจเกิดไตวายเฉียบพลัน การดูแลที่บ้านมักไม่มีการบันทึกปริมาณน้ำเข้า-ออก (Intake/Output) อย่างละเอียดแบบใน สถานดูแลผู้สูงอายุ ทำให้ความสมดุลนี้เสียไปได้ง่าย
เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ผู้สูงอายุนิ่งเงียบไป หรือมีอาการสับสนเฉียบพลัน ครอบครัวมักเกิดความตื่นตระหนกและไม่รู้วิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่มีหลายโรคประจำตัว การเคลื่อนย้ายที่ผิดวิธีอาจทำให้กระดูกหักหรืออาการทรุดหนักลงกว่าเดิม
การเปลี่ยนมาใช้บริการ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่มีทีมสหวิชาชีพ คือการย้ายผู้สูงอายุเข้าสู่ระบบการดูแลที่ยึดตามหลักวิทยาศาสตร์และการแพทย์อย่างเคร่งครัด
ที่ศูนย์ดูแลฯ จะมีระบบการจัดยาที่แม่นยำ มีการตรวจสอบยาที่ซ้ำซ้อนหรือยาที่อาจตีกันโดยพยาบาลวิชาชีพและประสานงานกับแพทย์เจ้าของไข้อย่างต่อเนื่อง พยาบาลจะคอยสังเกตผลข้างเคียงของยาในทุกๆ มื้อ หากมีอาการผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยจะสามารถปรับการดูแลได้ทันที ลดโอกาสการเข้าโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น
หนึ่งในจุดแข็งของ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คือการมีอาหารที่ปรุงขึ้นเฉพาะบุคคลตามคำสั่งแพทย์ นักโภชนาการจะคำนวณปริมาณโซเดียม โพแทสเซียม น้ำตาล และโปรตีน ให้สมดุลกับทุกโรคที่ผู้สูงอายุเป็นอยู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ไปทำลายอวัยวะส่วนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากในการปรุงอาหารเองที่บ้าน
พยาบาลจะมีการตรวจวัดความดัน ค่าน้ำตาลในเลือด และสัญญาณชีพอื่นๆ เป็นประจำตามตาราง ทำให้สามารถเห็นแนวโน้มของสุขภาพและป้องกันก่อนที่อาการจะกำเริบหนัก การมีข้อมูลที่เป็นระบบนี้ยังมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องส่งตัวไปพบแพทย์ตามนัด เพราะแพทย์จะสามารถปรับแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำจากข้อมูลที่ครบถ้วน
เมื่อความกังวลเรื่องการจัดการโรคถูกส่งต่อให้มืออาชีพ ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การไม่ต้องคอยพะวงเรื่องยาเรื่องอาหารตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้ลูกหลานมีเวลาพักผ่อนและทำงานได้อย่างเต็มที่ เมื่อมาเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ เวลาที่ใช้ร่วมกันจึงเป็นเวลาแห่งความสุข การพูดคุย และการให้กำลังใจ ไม่ใช่เวลาแห่งการตรวจเช็กหรือการตำหนิเรื่องการทานยาอีกต่อไป
ผู้สูงอายุที่มีหลายโรคประจำตัวมักมีความกังวลลึกๆ ว่าตนเองจะเป็นภาระหรือจะเกิดอาการฉุกเฉินตอนที่ไม่มีคนเห็น การได้อยู่ใน สถานดูแลผู้สูงอายุ ที่มีพยาบาลอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา ช่วยให้ท่านรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ ลดความวิตกกังวล และส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
ที่บ้านลลิสาเราให้ความสำคัญกับการดูแลแบบสหวิชาชีพ โดยมีทีมพยาบาลวิชาชีพที่พร้อมบริหารจัดการยาและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมพรั่งด้วยนักกำหนดอาหารที่จะคอยออกแบบมื้ออาหารที่เหมาะสมกับโรคประจำตัวของท่านอย่างแม่นยำ เพื่อคืนความสมดุลให้ร่างกายและชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ เรามีความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์และสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะแทรกซ้อนและการสำลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การไว้วางใจให้บ้านลลิสาดูแลคนที่คุณรัก ไม่เพียงแต่เป็นการมอบการรักษาที่ดีที่สุดให้แก่ท่าน แต่ยังเป็นการคืนความสงบสุขและความอุ่นใจให้แก่ครอบครัว เพื่อให้ทุกวินาทีที่ท่านได้ใช้ชีวิตบั้นปลายนั้นเต็มไปด้วยความปลอดภัยและความสุขภายใต้การดูแลที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและมาตรฐานสากล ติดต่อเราเพื่อปรึกษาแนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีหลายโรคประจำตัวได้วันนี้ เพราะความปลอดภัยของคนที่คุณรักคือภารกิจสำคัญที่สุดของเราที่บ้านลลิสา
©2019 – 2024 BAAN LALISA SERVICE GROUP CO., LTD. All Rights Reserved.