สัญญาณบ่งบอกถึงเวลาพิจารณาเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้คนที่คุณรัก

เรียนรู้สัญญาณบ่งบอกที่คุณควรพิจารณาเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเพื่อช่วยเหลือคนที่คุณรัก

การให้การดูแลผู้สูงอายุหรือคนที่คุณรักซึ่งป่วยเป็นโรคเรื้อรัง อย่างโรคความจำเสื่อมและโรคอัมพฤกษ์อัมพาต ต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทนจากผู้ดูแล เพื่อให้สามารถดูแลผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการทรุดลง อาจทำให้ภาระหน้าที่ในการดูแลเพิ่มมากขึ้น จนในบางครั้งอาจทำให้ผู้ดูแลรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่สามารถให้การดูแลได้อย่างเต็มที่อีกต่อไป

การย้ายคนที่คุณรักเข้าไปอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลและช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราได้รวบรวมสัญญาณบ่งบอกว่าเมื่อไหร่ควรพิจารณาเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้กับคนที่คุณรัก เพื่อให้คุณเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองมากยิ่งขึ้น

สัญญาณบ่งบอกจากคนที่คุณรัก

การตัดสินใจย้ายคนที่คุณรักเข้าไปอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่สามารถตัดสินใจได้ในทันที เนื่องจากจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ ผู้ดูแลและคนในครอบครัวควรสังเกตสัญญาณบ่งชี้จากคนที่คุณรักเพื่อวางแผนเข้ารับการดูแลในเวลาที่เหมาะสม โดยสังเกตได้จากสัญญาณต่อไปนี้

1.ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงอย่างหนัก

หากคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับโรคเรื้อรังเช่น โรคความจำเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง การดูแลจะค่อยๆ เพิ่มความยากลำบากมากขึ้นตามอาการของโรคที่รุนแรงขึ้น หากความเจ็บป่วยเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยเกิดอันตรายในชีวิตประจำวัน หรือไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกต่อไป การย้ายคนที่คุณรักเข้าไปอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง

2. ผู้ป่วยมีพฤติกรรมก้าวร้าวและอารมณ์รุนแรง

ในบางครั้งผู้ป่วยอาจมีพฤติกรรมความรุนแรงและมีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด มีความรู้สึกต่อต้านและปฏิเสธที่จะรับการช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จนทำให้ผู้ดูแลหรือคนในครอบครัวรู้สึกอึดอัดและไม่สามารถรับมือได้ หากคนที่คุณรักมีพฤติกรรมและอารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนในครอบครัว การย้ายผู้สูงอายุเข้าไปอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจะเป็นการเปลี่ยนสังคมและสภาพแวดล้อม เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล

3. ผู้ป่วยรู้สึกแปลกแยกและไม่เป็นส่วนหนึ่งกับคนในครอบครัว

ความรู้สึกแปลกแยกและไม่เป็นส่วนหนึ่งกับคนในครอบครัวมักมีสาเหตุมาจากความรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ หรือคิดว่าไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควร จนอาจก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าและปลีกตัวออกจากคนในครอบครัว อาการเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการพูดคุยและแสดงความรักระหว่างกัน รวมถึงการใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น

แต่หากท้ายที่สุดแล้วผู้ป่วยไม่มีความต้องการที่จะใช้ชีวิตอยู่กับคนในครอบครัว รู้สึกเครียดหรือหมดกำลังใจในการใช้ชีวิต การอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้ เนื่องจากผู้ป่วยจะได้เข้าไปอยู่ในสังคมใหม่ ทำความรู้จักกับผู้เข้าพักรายอื่นๆ ที่เข้าใจกันและสามารถแลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตรวมถึงให้กำลังใจซึ่งกันและกันได้

4. ผู้ป่วยเดินออกจากบ้านโดยไม่มีจุดหมาย

ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในระยะกลางจะมีความเสี่ยงต่อการเดินออกจากที่พักโดยไม่มีจุดหมาย และเมื่อเดินออกไปแล้วจะหาทางกลับบ้านไม่ได้ เพราะไม่สามารถจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเองได้ ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุและสูญหาย หากคนที่คุณรักป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม มักมีอาการหวาดระแวง หรือรู้สึกเครียด และอยากออกจากบ้านเพียงลำพังบ่อยครั้ง การย้ายผู้สูงอายุเข้าไปอยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนในครอบครัวว่าคนที่คุณรักจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงขณะอยู่ภายในศูนย์

“ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก โทรหาเราตอนนี้”

สัญญาณบ่งบอกจากตัวคุณเอง

  • เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย พักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ
  • รู้สึกเครียดและวิตกกังวลตลอดเวลา
  • อารมณ์แปรปรวน อ่อนไหวง่าย
  • ไม่อยากพบเจอผู้คน
  • มีพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ

นักวิชาการกล่าวว่า การที่สมองรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลาเพราะความเครียด จะทำให้ความอยากอาหารลดลง นอกจากนี้การดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ ผู้ดูแลรู้สึกว่าไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง รู้สึกท้อแท้ และไม่อยากให้การดูแลอีกต่อไป หากคุณกำลังมีอาการเหล่านี้ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่จะแบ่งเบาภาระหนักและแก้ไขปัญหาสุขภาพของคุณและคนที่คุณรักได้

แนวทางสำหรับผู้ดูแลในการย้ายผู้ป่วยไปยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ผู้ดูแลและคนในครอบครัวจะต้องยอมรับขีดจำกัดของตัวเองในการให้การดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ และทำความเข้าใจว่าการย้ายผู้ป่วยไปอยู่ในศูนย์ดูแลไม่ใช่การทอดทิ้ง แต่เป็นการมอบการดูแลที่เหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญให้กับคนที่คุณรัก นอกจากนี้ควรปรึกษากันภายในครอบครัว หากตัวผู้ป่วยยังสามารถเข้าใจและสื่อสารได้ ควรพยายามพูดคุยและอธิบายถึงประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับ จากนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ดูแลหลายๆ แห่ง เพื่อวางแผนการดูแลและพิจารณาเลือกสถานที่ที่มีความเหมาะสมที่สุด

เลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุบ้านลลิสา ให้เราช่วยดูแลคนที่คุณรัก

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา พร้อมดูแลรักษาคนที่คุณรักอย่างใกล้ชิด ด้วยทีมงานมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย โดยโปรแกรมดูแลของเรา มีผู้เชี่ยวชาญออกแบบแผนการดูแลให้กับแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ เพื่อให้คนที่คุณรักได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ภายในศูนย์มีทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ดูแลที่มีประสบการณ์คอยให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งมีศูนย์กายภาพบำบัดครบวงจร การดูแลด้านโภชนาการ พร้อมทั้งกิจกรรมนันทนาการหลากหลายเพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าสังคมมากขึ้นและไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน โทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราตอนนี้ เพื่อออกแบบโปรแกรมดูแลคนที่คุณรัก