เมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งในด้านการทำงานของอวัยวะที่เสื่อมลงตามวัย และที่สำคัญคือความสามารถในการดูดซึมสารอาหารที่ลดลง ซึ่งรวมถึงวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี การขาดสารอาหารบางชนิดจึงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยใน ผู้สูงอายุ และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ ตั้งแต่ภาวะกระดูกพรุนไปจนถึงปัญหาทางระบบประสาท ในบรรดาวิตามินและแร่ธาตุทั้งหมด มี 3 ชนิดที่เปรียบเสมือน กุญแจสำคัญ ที่ผู้สูงอายุและผู้ดูแลไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะเจาะลึกถึงความสำคัญของ 3 วิตามินนี้ ผลกระทบหากร่างกายขาด และแนวทางการดูแลโภชนาการที่ครบถ้วนจาก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ได้มาตรฐาน
วิตามิน D มักถูกเรียกว่า “ฮอร์โมนแสงอาทิตย์” เพราะร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองเมื่อผิวหนังสัมผัสกับแสงแดด แต่ในผู้สูงอายุ การสังเคราะห์วิตามิน D มักมีประสิทธิภาพลดลง อีกทั้งผู้สูงอายุจำนวนมากยังใช้เวลาอยู่ภายในอาคารเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ความเสี่ยงต่อการขาดวิตามิน D สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ระบบภูมิคุ้มกัน: วิตามิน D มีส่วนในการควบคุมและกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีขึ้น การได้รับวิตามิน D เพียงพอจึงช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทางเดินหายใจ และอาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิด
วิตามิน B12 (โคบาลามิน) มีความจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและการทำงานของระบบประสาทและสมอง แต่การดูดซึมวิตามิน B12 เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องอาศัยกรดในกระเพาะอาหารและโปรตีนพิเศษที่เรียกว่า Intrinsic Factor ซึ่งใน ผู้สูงอายุ มักพบปัญหาดังต่อไปนี้:
แหล่งอาหาร: วิตามิน B12 พบได้เฉพาะในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง นม และผลิตภัณฑ์จากนม
ข้อแนะนำ: ผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารมังสวิรัติหรือวีแกน, ผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง, หรือผู้ที่รับประทานยาลดกรด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและพิจารณาการฉีดหรือรับประทานวิตามิน B12 เสริม
แม้แคลเซียมจะเป็นแร่ธาตุ แต่ความสำคัญของมันนั้นยิ่งใหญ่จนไม่อาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ แคลเซียมคือองค์ประกอบหลักของกระดูกและฟัน และยังมีบทบาทสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการแข็งตัวของเลือด
แหล่งอาหาร: นมและผลิตภัณฑ์จากนม (ชีส, โยเกิร์ต), ปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งกระดูก, ผักใบเขียวเข้ม (คะน้า, บรอกโคลี), และถั่ว
ข้อควรจำ: แคลเซียมต้องทำงานร่วมกับ วิตามิน D เสมอ การเสริมแคลเซียมโดยไม่มีวิตามิน D ที่เพียงพอจะไม่เกิดประโยชน์สูงสุด และในบางกรณีการได้รับแคลเซียมมากเกินไปโดยปราศจากการควบคุมก็อาจนำไปสู่ภาวะแคลเซียมสะสมในหลอดเลือดได้ ดังนั้นการรับประทานแคลเซียมเสริมควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ
เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าโภชนาการคือรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีและเป็นหนึ่งในเสาหลักของการดูแลที่เหนือกว่าที่เรามอบให้ ผู้สูงอายุทุกคนที่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา จะได้รับการดูแลด้านอาหารโดยนักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญ ที่จะทำการประเมินและออกแบบเมนูเฉพาะบุคคลในทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายได้รับ 3 วิตามินสำคัญ (D, B12) และแคลเซียม รวมถึงสารอาหารจำเป็นอื่นๆ อย่างครบถ้วนและสมดุล สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพและยาที่ได้รับ
เราไม่ได้มีเพียงอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังมีทีมพยาบาลวิชาชีพที่พร้อมบริหารจัดการการให้วิตามินเสริมตามคำสั่งแพทย์อย่างแม่นยำที่สุด พร้อมทั้งโปรแกรมกิจกรรมบำบัดและกายภาพบำบัดที่ทำงานควบคู่กับการเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้สูงอายุที่ บ้านลลิสา ไม่เพียงแค่มีชีวิตอยู่ แต่ยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีกระดูกที่แข็งแรง และมีสมองที่ปลอดโปร่งในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อบอุ่น และได้รับการดูแลจากบุคลากรผู้เปี่ยมด้วยความใส่ใจตลอด 24 ชั่วโมง ให้ บ้านลลิสา เป็นสถานที่ที่คุณไว้วางใจในการมอบสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาวให้แก่คนที่คุณรัก
©2019 – 2024 BAAN LALISA SERVICE GROUP CO., LTD. All Rights Reserved.